| Art On Your Wrist |
|
บางครั้งนาฬิกาก็เป็นมากกว่าจักรกลแสดงเวลา เช่น ในกรณีของแบรนด์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างวาเชอรง กงสตองแต็ง (Vacheron Constantin) ที่ทำให้นาฬิกาเป็นเหมือนกระจกสะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมนุษย์ด้วย โดยเฉพาะในคอลเลกชั่นเมทิเยร์ ดาร์ต (Métiers d'Art) ที่อุทิศให้กับศาสตร์และศิลป์ของการสร้างสรรค์นาฬิกาด้วยมือ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คนในโลกที่ทำได้ ในปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่ทางวาเชอรง กงสตองแต็งได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากโอเปร่า เฮาส์ในปารีสที่ตนเป็นผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 คอลเลกชั่นเมทิเยร์ ดาร์ตชากาลล์ เอต์ โลเปร่า เดอ ปารีส (Métiers d'Art-Chagall & l'Opéra de Paris) จะประกอบด้วยนาฬิกา 15 เรือน โดยเรือนแรกที่เปิดตัวไปแล้วนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการวาดภาพปูนเปียกบนเพดานของโอเปร่า เฮาส์โดยฝีมือของศิลปิน มาร์ก ชากาลล์ (Marc Chagall) และอีก 14 เรือนซึ่งจะทยอยผลิตภายใน 2 ปีจากนี้จะอุทิศแดคีตกวีชื่อดังในยุคอดีต
นาฬิกาเรือนนี้เรียกได้ว่าเป็นการจำลองเพดานศิลปะมาไว้บนข้อมือเลยก็ว่าได้ ศิลปินมาร์ก ชากาลล์ได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์ศิลปะบนปูนเปียกนี้ขึ้นมาเมื่อปีค.ศ. 1964 หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมอังเดร มาลโรซ์ (André Malraux) ได้เห็นเขาแสดงฝีมือสร้างสรรค์ฉากในโอเปร่าเรื่อง Daphnis et Chloé มาแล้ว แม้ในตอนแรกจะมีเสียงคัดค้านการให้ศิลปินสมัยใหม่มาสร้างสรรค์ผลงานเคียงคู่กับสถาปัตยกรรมเก่าแก่มลังเมลืองซึ่งออกแบบโดยชาร์ลส์ การ์นิเยร์ (Charles Garnier) แต่ชากาลล์ก็นำเสนอออกมาได้อย่างไม่มีใครเหมือน บนพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตรเต็มไปด้วยสีสันนุ่มนวลและลายเส้นอ่อนช้อยเพื่อสดุดีคีตกวีระดับโลกทั้งโมสาร์ต ไชคอฟสกี้ สตราวินสกี้ เบลิออซ วากเนอร์ ทั้งยังมีรูปของตัวละครในบทละครโอเปร่าชื่อดังทั้ง The Firebird, Magic Flute, Swan Lake รวมทั้งภาพสถานที่สำคัญของปารีสอย่างหอไอเฟล ประตูชัย รวมทั้งตัวอาคารปารีสโอเปร่า เฮาส์ ทั้งหมดนี้สอดประสานอย่างกลมกลืนราวกับภาพจากเทพนิยายสมกับที่ชากาลล์อธิบายถึงผลงานการสร้างสรรค์ชิ้นเอกของเขาว่าเป็น "กระจกสีบนชุดกระโปรงผ้าไหมและจิวเวลรี่ทอประกายอยู่บนร่างของหญิงสาวที่สวยที่สุดในปารีส" รายละเอียดมากมายเหล่านี้ทำให้การจำลองภาพบนเพดานที่กินพื้นที่ 200 ตารางเมตรมาไว้บนหน้าปัดนาฬิกาขนาดเพียง 31.50 มิลลิเมตรเป็นงานที่ท้าทายอย่างมาก ช่างศิลป์จากวาเชอรง กงสตองแต็งเลือกใช้การลงยาขนาดจิ๋วแบบกรองด์เฟอ (grand feu) ซึ่งต้องนำไปเข้าเตาเผาด้วยความร้อนสูง โดยขั้นแรกได้ลงยารองพื้นสีขาวและนำไปเผาที่อุณภูมิ 900 องศาเซลเซียสเพื่อให้คงทนแข็งแรง ก่อนจะนำมาร่างเป็นลวดลายและลงสีทีละขั้นและนำเข้าเตาเผาอีกกว่า 20 ครั้ง และนำมาลงยาใสเพื่อให้สีสันคงทนไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หน้าปัดลวดลายอันงดงามนี้ถูกนำไปประดับอยู่บนนาฬิกาตัวเรือนสีเหลืองทอง (Yellow Gold) ขนาด 40 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนถูกออกแบบให้เหมือนกับลวดลายทองบนเพดาน โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายแทนตัวเลขบนหน้าปัดด้วย ทำงานด้วยเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ caliber 2460 ฝาครอบหลังตัวเรือนถูกออกแบบให้สามารถเปิดออกเพื่อชื่นชมความงดงามของกลไก รวมทั้งโรเตอร์ที่ผ่านการสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง สมกับที่เป็นนาฬิกาชั้นสูงอย่างแท้จริง |




