|
ความเป็นมาของปาเต็ก ฟิลิปป์กับนาฬิกาโฉมใหม่ล่าสุด |
|
หากคุณรักการลงทุนกับนาฬิกาข้อมือคลาสสิก ชื่อปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) คงเป็นหนึ่งแบรนด์ในดวงใจ เพราะนอกจากเกียรติประวัติอันยาวนานจากการเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาแรกๆ ของโลก คุณค่าราคาที่ไม่มีวันตก และกลไกที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงและเต็มไปด้วยนวัตกรรมสมกับที่เป็นนาฬิกาสวิสแล้ว ผลงานที่คุณมีไว้ในครอบครองนี้ยังถือเป็นมรดกล้ำค่าที่จะถูกส่งผ่านจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งด้วย (ภาพโฆษณาที่มีคุณพ่อยืนข้างลูกชาย พร้อมสโลแกน "คุณไม่ได้เป็นเจ้าของนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ แต่คุณเก็บไว้เพื่อคนรุ่นหลัง" ฟังดูลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ตรงใจนักสะสมที่สุด) กว่าจะมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ได้ แบรนด์ปาเต็ก ฟิลิปป์ต้องสั่งสมชื่อเสียงและความรู้ในการสร้างสรรค์นาฬิกามานับร้อยปีโดยแอนโทนี่ นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก ทหารชาวโปแลนด์ผู้ลุกขึ้นมาก่อกบฎต่อต้านการปกครองของรัสเซีย เขาถูกขับออกจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนจนต้องโยกย้ายถิ่นฐานมายังสวิตเซอร์แลนด์ในปีค.ศ. 1833 แต่นั่นก็ทำให้เขาได้ก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ ปาเต็กเริ่มเข้าสู่โลกนาฬิกาด้วยการรับซื้อกลไกจากโรงงานต่างๆ มาประกอบเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์และจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศ บริษัทแรกของปาเต็กกับหุ้นส่วนทางธุรกิจเป็นรูปเป็นร่างในปีค.ศ. 1844 เขาจึงได้ตั้งบริษัทใหม่ร่วมกับหุ้นส่วนทางธุรกิจคนใหม่ โดยตัวเขารับหน้าที่บริหารและดูแลด้านการตลาด แวงซองต์ กอสโควสกี้รับผิดชอบด้านบัญชี และเอเดรียน ฟิลิปป์ หนุ่มชาวฝรั่งเศสทำหน้าที่ช่างประดิษฐ์นาฬิกาหลักประจำแบรนด์ ในระยะเริ่มแรกนาฬิกาที่จำหน่ายนั้นยังคงใช้กลไกจากโรงงานชั้นนำต่างๆ แต่ในปีค.ศ. 1850 ฟิลิปป์ได้สร้างสรรค์กลไกเครื่องแรกให้กับบริษัทได้สำเร็จ และชื่อเสียงของพวกเขาก็ยิ่งขจรขจายเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกทอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ตได้สั่งซื้อนาฬิกาจากบริษัทซึ่งภายหลังเรียกว่า ปาเต็ก ฟิลิปป์ แอนด์ ซี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปาเต็ก ฟิลิปป์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอนับตั้งแต่ที่โลกถูกแบ่งโซนเวลาออกเป็น 24 โซนในปีค.ศ. 1870 พวกเขาก็ได้ประดิษฐ์นาฬิกาที่แสดงเวลาได้อย่างน้อย 2 ไทม์โซน (นักประดิษฐ์นาฬิกาอิสระ หลุยส์ กอตติเยร์ก็ได้สร้างนาฬิกาที่แสดงเวลาท้องถิ่นได้หลายเมืองให้กับปาเต็ก ฟิลิปป์เช่นกัน) รวมทั้งการสร้างสรรค์นาฬิการะบบปฏิทินถาวรตลอดชีพ (Perpetual Calendar) ในปีค.ศ. 1925 นาฬิกาสปอร์ตนอติลุสชื่อดังในปีค.ศ. 1932 และคอลเลคชั่นกอนโดโลในปีค.ศ. 1933
ความที่เป็นแบรนด์ที่มุ่งมองไปยังอนาคต ทำให้ในแต่ละปีที่มีการเปิดตัวนาฬิกาใหม่ๆ ทางทีมงานด้วยการผลิตนาฬิกาจึงนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ล้ำหน้าเสมอ เช่น ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วที่ได้มีการเปิดตัวเครื่องคาลิเบอร์ CH29-535 PS ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟขึ้นลานด้วยมือเครื่องแรกที่ทางปาเต็ก ฟิลิปป์ใช้เวลา 5 ปีคิดค้นพัฒนาขึ้นเอง ทั้งหมดเพื่อใช้แทนที่โครโนกราฟรุ่น CH27-70 ที่ใช้กันมาแต่เดิม โครโนกราฟเครื่องใหม่นี้เป็นระบบคอลัมน์วีลและออกแบบให้คลัตช์วางตำแหน่งในแนวนอน มาพร้อมกับนวัตกรรม 6 สิทธิบัตร และหนึ่งในนั้นก็คือรูปทรงของซี่เฟืองโครโนกราฟและคลัตช์วีลที่ทำให้เฟืองหมุนได้อย่างเรียบลื่น จึงช่วยลดการกระตุกของเข็มยามเริ่มต้นจับเวลา ไม่เพียงเท่านั้นระบบต่างๆ ภายในกลไกนาฬิกายังถูกคิดค้นเพื่อช่วยลดการเสียดสีของชิ้นส่วนและเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจ่ายพลังงาน ด้วยความล้ำหน้านี้เองจึงทำให้นาฬิกาสำรองพลังงานได้ยาวนานเกือบ 70 ชั่วโมง (แต่หากใช้ในการจับเวลา จะสำรองพลังงานได้ 65 ชั่วโมง) และนอกจากนั้นชิ้นส่วนทั้งหมดยังถูกส่งไปตรวจสอบการผลิตที่ Superviso Authority เพื่อให้ได้มาตรฐานคุณภาพของนาฬิกากลไก Patek Philippe Seal ด้วย คาลิเบอร์ CH29-535 PS ที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่นี้ไม่เพียงบรรจุอยู่ในนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่รูปลักษณ์ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตเดโค รุ่น 7071R หรือที่มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Ladies First Chronograph (เพื่อให้ผู้หญิงได้ใช้กลไกใหม่ล่าสุดก่อนผู้ชายบ้าง หรือหากจะมองอีกมุม ก็คือการประกาศว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับตลาดนาฬิกาผู้หญิง) ยังบรรจุอยู่ในนาฬิกาจับเวลาสำหรับผู้ชายรุ่น 5170J Chronograph ซึ่งถือว่าเป็นการจับคู่อย่างลงตัวระหว่างกลไกทันสมัยกับตัวเรือนทองคลาสสิกซึ่งทำให้นึกถึงนาฬิกาจับเวลาชื่อดังของแบรนด์ช่วงยุค 1940s แต่นอกจากนาฬิกาโครโนกราฟไลน์ใหม่ล่าสุดแล้ว นาฬิกาที่ครองใจสาวๆ อีกรุ่นก็เห็นจะเป็น Aquanaut ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1997 โดยตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมโค้งนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นนอติลุส ต่อมาในปีค.ศ. 2004 จึงได้มีการเปิดตัว Aquanaut Luce ซึ่งตัวเรือนเป็นทรงเดียวกันแต่หรูหรากว่าด้วยการประดับเพชรที่ขอบหน้าปัด เหมาะสำหรับผู้หญิงที่รักความเป็นสปอร์ตและความหรูหราในขณะเดียวกัน และยิ่งเรือนล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวซึ่งเรียกว่ารุ่น 5068 ก็ยิ่งดูมีเสน่ห์ขึ้นด้วยสีช็อกโกแลต โดยตัวเรือนผลิตจากโรสโกลด์ประดับเพชร 46 เม็ด ทำงานด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 324 S C ขึ้นลานอัตโนมัติและกันน้ำได้ลึกถึง 120 เมตร และอีกรุ่นที่ตอบสนองคนรักความหรูหราแบบสบายๆ ได้ก็คือรุ่นนอติลุส (Nautilus) นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1976 ตัวเรือนโอเวอร์ไซส์ทำด้วยเหล็กแถมราคายังสูงกว่านาฬิกาทั่วไปได้สร้างความ ฮือฮาและความสงสัยระคนกัน ด้วยสมัยนั้นนาฬิกายังคงทำด้วยวัสดุล้ำค่าจำพวกทอง เพชร และตัวเรือนขนาดบาง (จนทางปาเต็ก ฟิลิปป์ถึงกับมีสโลแกนโฆษณาออกมาว่า "หนึ่งในนาฬิกาที่แพงที่สุดของโลกทำด้วยสตีล เข้าได้ทั้งกับชุดสูทและชุดทักซิโด้") แน่นอนว่าความกล้าปฏิวัติวงการนี้ได้ถูกถ่ายทอดลงในนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลเดียวกัน ทั้งนาฬิกาข้อมือผู้ชายรุ่น 5726 ที่มีฟังก์ชั่นปฏิทินประจำปีเพิ่มเข้ามา และนาฬิกาข้อมือผู้หญิงรุ่น 7010R ที่คราวนี้ขอนำเสนอในรูปของโรสโกลด์ประดับเพชร และสายทำด้วยหนังสีน้ำตาล ซึ่งแน่นอนว่ายังคงเสน่ห์แบบสไตล์สปอร์ตหรูแบบที่กำลังเป็นที่นิยมในยุคนี้ด้วย
|